ศัลยกรรมคาง (Chin Augmentation)

Chin Augmentation

การผ่าตัดเสริมคาง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคางสั้น  คางหลุบเข้าไปด้านหลัง  ทำให้โครงหน้าดูไม่สวยงาม  แพทย์จะเหลาซิลิโคนให้มีขนาดพอดีได้สัดส่วน รับกับโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล

 

การผ่าตัดเสริมคาง แบ่งเป็น 2 ประเภท

   1. แผลผ่าตัดภายในช่องปาก โดยจะเปิดแผลภายในช่องปากระหว่างริมฝีปากกับเหงือกด้านล่าง ข้อดี คือ เมื่อหายแล้วจะไม่เห็นรอยแผล เนื่องจากถูกซ่อนอยู่ภายในช่องปาก

   2. แผลผ่าตัดนอกช่องปากบริเวณใต้คาง โดยจะเปิดแผลใต้คางประมาณ 2 ซม. ข้อดี คือ มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าแผลผ่าตัดภายในช่องปาก

 

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมคาง

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 1 วัน ก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  • ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 1 สัปดาห์

    • หยุดยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDS  เช่น Ibuprofen เป็นต้น

    • งดยา และอาหารเสริม เช่น แอสไพริน  วิตามินเอ  วิตามินอี  น้ำมันปลา หรือ สารสกัดจากใบแปะก๊วย เพื่อลดการเกิดรอยฟกช้ำ

    • กรณีรับประทานอาหารเสริม  ยา  หรือ  วิตามินใดๆ ต้องแจ้งแพทย์ทราบ

  • งดสูบบุหรี่ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด 

  • ควรทำความสะอาดช่องปากให้สะอาดก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  • ควรสวมเสื้อที่มีกระดุมด้านหน้า เพื่อลดโอกาสที่คางสัมผัสกับตัวเสื้อ

  • หากมีอาการน้ำมูกไหล เป็นหวัด หรือมีการติดเชื้อบริเวณใกล้เคียง ควรรักษาให้หายก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  • หากมีประวัติโรคเริม ควรแจ้งแพทย์ก่อนรักษา

  • หากมีโรคประจำตัว หรือ ทราบว่าแพ้ยาชนิดไหนต้องแจ้งแพทย์ก่อนรักษา

  • หากมีอาการแพ้ยา ต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบทันที

 

การปฏิบัติตนหลังการผ่าตัดเสริมคาง

  • หลังการผ่าตัด 3 วันแรก ให้ประคบเย็นเบาๆ บริเวณคาง เพื่อลดอาการบวม  หลังจากนั้นให้ประคบอุ่น

  • หลังการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ให้นอนหนุนศีรษะสูง ห้ามนอนราบหรือนอนตะแคง ใช้หมอนรองคอช่วยในการประคองรูปทรงของคางไม่ให้เบี้ยว หรือ เอียง

  • พันผ้าพันแผลไว้ประมาณ 2-3 วัน หลังการผ่าตัด

  • ช่วงที่ยังมีรอยช้ำ ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด และทากันแดดทุกวัน 

  • ควรสวมเสื้อที่มีกระดุมด้านหน้า เพื่อลดโอกาสที่คางสัมผัสกับตัวเสื้อ

  • ในช่วง 2 สัปดาห์หลังการผ่าตัด  ให้ใช้สำลีชุบน้ำหรือน้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดใบหน้า  ห้ามให้แผลโดนน้ำ เพราะจะทำให้แผลหายช้า

  • ควรรับประทานอาหารอ่อนที่เคี้ยวง่าย  เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม เพื่อป้องกันไม่ให้บาดแผลกระทบกระเทือน และควรเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยลดอาการบวมช้ำ เช่น ฟักทองและใบบัวบก

  • งดรับประทานอาหารรสจัด อาหารที่ปรุงไม่สุก อาหารหมักดอง และอาหารทะเล

  • หลังจากรับประทานอาหาร ควรบ้วนปากทำความสะอาดทุกครั้ง เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

  • อย่าแปรงฟันแรง ให้แปรงช้าๆ เบาๆ ด้วยความระมัดระวัง และห้ามให้แผลโดนน้ำ

  • งดกิจกรรมที่จะก่อให้เกิดการกระทบกระเทือนบาดแผล เช่น การวิ่ง การออกกำลังกาย หรือ การมีเพศสัมพันธ์ ภายในช่วง 2-3  สัปดาห์หลังการผ่าตัด

  • ห้ามก้มหน้าสระผม ให้ใช้วิธีนอนหงายสระผม ประมาณ 2 สัปดาห์

  • งดการแต่งหน้า และเสริมความงามบนใบหน้า เช่น การกดสิว ทำทรีทเมนท์ หรือยิงเลเซอร์ เพราะจะทำให้คางเกิดการอักเสบและหายช้า

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณคาง ห้ามดึง ห้ามจับ

  • งดสูบบุหรี่ เป็นเวลา 1 เดือนหลังการผ่าตัด

  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  อย่างน้อย  1-2 สัปดาห์

  • รับประทานยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รวมถึงมาพบแพทย์ให้ตรงตามนัด

  • ยาแก้ปวดที่สามารถรับประทานได้ ได้แก่ พาราเซตามอล หรือ ยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง

  • หากมีปัญหาหรืออาการผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์

เหตุผลที่ต้องเลือก AES Clinic

  • แพทย์มีประสบการณ์ในการผ่าตัดเสริมคาง และเหลาซิลิโคนเองทุกเคส

  • ให้คำปรึกษา วิเคราะห์ใบหน้า และแก้ปัญหาได้ตรงจุด

  • คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

  • รับประกันหลังเสริม 1 ปี 

  • อุปกรณ์และเครื่องมือได้มาตรฐาน ห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ ปลอดภัย 

  • แพทย์มือเบา บวมน้อย ช้ำน้อย

  • มีการติดตามผลหลังการรักษา

  • ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษาแพทย์ 

ภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัดเสริมคาง 

ไม่ค่อยพบภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ส่วนมากจะพบอาการแทรกซ้อนทั่วไป เช่น 

  • เลือดออก

  • ติดเชื้อ

  • บวมช้ำ

  • ชา หรือ การรับรู้ความรู้สึกเปลี่ยนไปชั่วคราว

 

Note : 

  • หากมีอาการข้างต้นควรแจ้งให้แพทย์ทราบ

  • ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ที่คนไข้รู้สึก คือ ตึงบริเวณแผลผ่าตัด ซึ่งอาการนี้จะค่อยๆ หายไปหลังการผ่าตัด 1 สัปดาห์

  • ความรุนแรงและระยะเวลาของการเกิดผลข้างเคียงจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล

ภาพหลังเสริมคาง

** ผลลัพธ์ที่ได้อาจต่างกันในแต่ละบุคคล

line
facebook
phone
แผนที่เอส.jpg