top of page

มารู้จัก..ไฝ   และ ขี้แมลงวัน

doctor-diagnosing-melanoma
female-doctor-diagnosing-melanoma-body-female-patient (1).jpg

ไฝ เป็นเนื้องอกผิวหนังชนิดหนึ่ง เกิดจากการรวมกลุ่มของเซลล์สร้างเม็ดสี    (Melanocyte) จนเกิดเป็นจุดไฝที่มีสีเข้ม  อาจเป็นสีน้ำตาลหรือดำ และมีลักษณะเรียบหรือ นูนก็ได้     (ไฝที่มีลักษณะเรียบ คนไทยเรียกว่า "ขี้แมลงวัน")

            ไฝบางประเภทอาจกลายเป็นมะเร็งผิวหนังได้                                                                             

close-up-mole-human-skin.jpg
closeup-dangerous-brown-nevus-human-skin-melanoma-closeup-suspicious-mole-skin.jpg
large-round-papilloma-benign-mole-body-medical-examination-dermatologist-oncologist.jpg
closeup-mole-skin-epidermis.jpg

"ภาพตัวอย่างในการโฆษณาจาก magnific.com ไม่ใช่ผู้รับบริการจริง"

สาเหตุไม่ทราบแน่ชัด ไฝที่มีลักษณะต้องเฝ้าระวังว่าจะเป็นมะเร็ง ได้แก่

  1. รูปร่างของไฝไม่สมมาตรกัน

  2. ผิวขรุขระ ไม่เรียบ ขอบเขตไฝไม่สม่ำเสมอ และไม่ชัดเจน

  3. สีของไฝไม่สม่ำเสมอ มีหลายสี เช่น มีทั้งสีดำ สีน้ำตาลในไฝเม็ดเดียวกัน

  4. ขนาดใหญ่กว่า 6 มิลลิเมตร

  5. ไฝที่มีการเปลี่ยนแปลงของสี รูปร่าง ขนาด โตเร็วผิดปกติ หรือมีเลือดออก

หากพบความผิดปกติเหล่านี้แม้เพียง 1 อาการ

ควรรีบปรึกษาแพทย์

วิธีการกำจัดไฝ

แพทย์จะประเมินจากขนาด ชนิด   และ โอกาสการเกิดแผลเป็น 

 

การกำจัดไฝ มีหลายวิธี

​

1.ไฝธรรมดา กำจัดได้ด้วยวิธีต่อไปนี้   

  1. จี้ด้วยไฟฟ้า   (ในทางการแพทย์ ปัจจุบันไม่นิยม เพราะมีโอกาสเกิดรอยดำและแผลเป็นสูง)            

  2. จี้ด้วยกรด      (ในทางการแพทย์ ปัจจุบันไม่นิยม เพราะมีโอกาสเกิดรอยดำและแผลเป็นสูง)         

  3.  การผ่าตัดไฝ    เหมาะสำหรับไฝขนาดใหญ่  ไฝที่มีรากลึก  ไฝที่มีขน  

  4.  กำจัดไฝด้วยเลเซอร์      เลเซอร์ที่นิยมใช้ ได้แก่ เลเซอร์   CO2   มีความแม่นยำสูงโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง   ทำให้แผลเล็ก  ดูแลแผลได้ง่าย   มี โอกาสเกิดแผลเป็นต่ำ   
     

2.ไฝมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็ง  แพทย์จะตัดชิ้นเนื้อส่งตรวจ​

​​​

หมายเหตุ: ก่อนการรักษา ควรแจ้งประวัติเกี่ยวกับแผลเป็นแก่แพทย์    เช่น เป็นแผลเป็นง่าย  ,ประวัติแผลเป็นคีลอยด์

​

การปฎิบัติตัวหลังการกำจัดไฝ   ด้วย CO2 laser

  • ทายาตามที่แพทย์สั่ง

  • หลีกเลี่ยงไม่ให้แผลโดนน้ำ อย่างน้อย 2-3 วัน

  • หลีกเลี่ยงแสงแดดแรง เป็นเวลา 4 สัปดาห์

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ร้อน และงดออกกำลังกายที่ทำให้มีเหงื่อ อย่างน้อย 2 สัปดาห์

  • ต้องทาครีมกันแดดทุกวัน​

  • หลังการรักษาอาจมีแผลตกสะเก็ด ห้ามแกะเกา  โดยทั่วไปสะเก็ดแผลจะหลุดเองภายใน    14-28 วัน 

  • ขณะที่มีแผลและหลังสะเก็ดหลุดใหม่ๆ    หลีกเลี่ยงการใช้ยาหรือเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว  เช่น AHA,Vitamin C,Retinol เป็นต้น   

  • แผลจะหายเองภายใน 4 สัปดาห์ ในบางคนอาจนานถึง 6 สัปดาห์                                                                                                                                      

การดูแลแผลหลังผ่าตัดไฝ

  1. หลังผ่าตัด อาจยังคงมีอาการชาบริเวณแผลเนื่องจากยาชา  ซึ่งจะค่อย ๆ หายไปภายใน 1-2 ชั่วโมง​

  2. หลังผ่าตัด  อาจพบมีเลือดซึมออกมาที่ผ้าก๊อซ  ถ้าเลือดซึมออกมามาก  หรือ ไหลไม่หยุด  ให้รีบกลับมาพบแพทย์

  3. หากมีอาการปวดแผล สามารถรับประทานยาแก้ปวด  พาราเซตามอล      500มก.       1  เม็ด  ทุก4-6 ชั่วโมง**หลีกเลี่ยงการรับประทานยากลุ่มแอสไพริน  หรือ กลุ่ม  NSAIDS

  4.   หลีกเลี่ยงการโดนน้ำ  กรณีต้องการอาบน้ำ ป้องกันโดยปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำ

  5. รับประทานยาฆ่าเชื้อติดต่อกันทุกวันตามที่แพทย์สั่ง

  6.  มาตัดไหมตามที่แพทย์นัดหมาย  โดยทั่วไปจะนัดตัดไหม  7-14 วัน หลังผ่าตัด        การตัดไหมก่อน หรือ หลัง อาจทำให้แผลที่เย็บไว้ไม่ติด

  7.  กรณีมีไข้ หรือ มีอาการปวด บวม  แดง มีหนองซึมบริเวณที่ผ่าตัด  ให้รีบกลับมาพบแพทย์

    ​

คำแนะนำ   ไม่ควรกำจัดไฝด้วยตนเอง เช่น การดึง การแกะ การขุดออก   หรือ  แต้มด้วยกรด อาจทำให้เกิด แผลเป็นได้     

bottom of page